เนื้อหาแบบสุ่ม
วันศุกร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554
เคล็ดไม่ลับ 5 วิธี หน้าท้องแบนเรียบ
ปัญหามีหน้าท้องที่ไม่พึง ประสงค์ สาวๆหลายคนใฝ่ฝันอยากจะมีหน้าท้องที่แบนเรียบ เพื่อเวลาที่ใส่เสื้อผ้าจะได้ดูดีไม่ต้องกังวลใจว่าใส่แล้วจะมีส่วนที่ไม่ พึงประสงค์ยื่นออกมา มีเคล็ด(ไม่)ลับ ของนางแบบสาว ซ่าร่า เล็กจ์ มาฝากสาวๆ ให้มีหน้าท้องที่แบนเรียบ สุขภาพดี แถม ฟิตแอนด์เฟิร์ม อีกต่างหาก
1. เต้น เพราะ การเต้นนานถึงหนึ่งชั่วโมงจะสามารถเผาผลาญแคลลอรี่ ได้ถึง 400 แคลลอรี่ ที่เด็ดสุดคือจะช่วยให้เรามีรูปร่าง เอวเป็นเอวมากขึ้น เพราะฉะนั้นถ้าไม่ชอบแอบเต้นอยู่ในห้องคนเดียว ก็รีบไปหาลงคอร์สเต้นเลยดีกว่า และขอแนะนำ คอร์ส belly dance ตรงจุดกันไปเลย
2. เปลี่ยนเก้าอี้ที่ชอบใช้นั่งดูทีวีเป็นลูกบอลลูกโตที่เค้าใช้เล่นกันในฟิตเนสกัน เพราะเวลาที่เราต้องนั่งอยู่บนลูกบอลให้ได้ ต้องบังคับการทรงตัวและเกร็งกล้ามเนื้อบริเวณท้องไปโดยอัตโนมัติด้วย
3. Sit-up หลาย คนอาจได้ยินจนเบื่อแล้ว แต่ยังไงก็เป็นท่าที่ดีสุดของการจะมีหน้าท้องแบนเรียบ อาจไม่เห็นผลทันทีที่ทำแต่ได้ผลแน่นอนหากทำอย่างต่อเนื่อง ควรทำอย่างต่ำวันละ 10-15 ครั้ง และท่าที่ดีคือให้เอามือจับติ่งหูตอน sit up
4. พอเราทำ sits up มาได้สักระยะหนึ่ง จนเริ่มอยู่ตัวแล้ว ลองเพิ่มการบิดข้าง ปกติแล้วเราจะยกตัวขึ้นตรงไปที่หัวเข่า แต่ทีนี้เวลาขึ้นให้บิดตัวไปทางซ้ายทีและลง ขึ้นมาบิดทางขวาอีกที วันละ 10-15 ครั้ง รับรองว่า curve เอวของคุณจะชัดขึ้น
5. แขม่วหน้าท้อง ขอบอกเลยว่าวิธีนี้สาวซ่าร่าทำประจำจนติดนิสัย ไม่ว่าจะเดินไปเรียน ไปมหาวิทยาลัย หรือทำอะไรก็ตาม ก็สามารถทำได้ นอกจากได้เดินออกกำลังกายแล้ว หน้าท้องเราก็ได้ด้วยเช่นกัน คอนเฟิร์มว่าเวิร์ก
ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก DRAMA.ZUBZIP.COM
วันพฤหัสบดีที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554
ผอมเกินไปก็ไม่ดีนะ
บางคนซีเรียสกับน้ำหนักตัวจนเกินไป ถึงกับต้องล้วงคอเพื่อให้อาเจียนเอาอาหารที่เพิ่งทานเข้าไปออกมา ขณะที่บางรายถึงกับจำกัดอาหาร ลดปริมาณให้น้อยที่สุด ลดจำนวนมื้อ เลือกกินอาหารเพียงบางหมวดหมู่ เพราะไม่ต้องการให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากทุกครั้งที่ส่องกระจกจะรู้สึกว่า ตัวเองอ้วนเกินไป ทั้งๆที่ในความเป็นจริงแล้ว คนๆนั้นมีรูปร่างที่พอดีหรือผอมไปด้วยซ้ำ การที่ร่างกายผอมเกินไปจะส่งผลเสียต่อร่างกาย 10 ระบบด้วยกันค่ะ
1.ระบบประสาทและสมอง’ ความกังวลเรื่องน้ำหนัก ยังทำให้เป็นโรคซึมเศร้า หงุดหงิดและฉุนเฉียวง่าย ร่างกายอ่อนแอ จนเป็นลด หน้ามืด
2.เส้นผม’ คนผอมแล้วยังพยายามลดหุ่น เส้นผมจะเปราะขาดง่ายและไม่แข็งแรง เพราะขาดวิตามินและโปรตีน
3.ระบบหัวใจ’ หัวใจเต้นช้าหรือเร็วผิดปกติ เสี่ยงหัวใจวาย และความดันโลหิตต่ำ
4.ระบบเลือด’ การขาดสารอาหารในคนผอมมีผลให้โลหิตจาง
5.ระบบกล้ามเนื้อ กระดูกและข้อ’ กล้ามเนื้อจะอ่อนแรง กระดูกพรุน และกระดูกหักง่าย
6.ระบบไต’ ทำให้เกิดอาการไตวาย และนิ่วในไต
7.ระบบสารอาหารและสารน้ำในร่างกาย’ จะขาดเกลือแร่หลายชนิด อาทิ โซเดียม โปแตสเซียม และแมกนีเซียม
8.ระบบทางเดินอาหาร’ มักแปรปรวนให้ผู้นั้นมีอาการท้องอืด และท้องผูกบ่อยๆ
9.ระบบฮอร์โมนและต่อมไร้ท่อ’ เมื่อขาดสารอาหารจะทำให้ขาดฮอร์โมนเพศ โดยเฉพาะในเพศหญิง ประจำเดือนจะน้อยลงหรือขาดประจำเดือน มีบุตรยาก หากตั้งครรภ์ก็เสี่ยงแท้งบุตรง่าย บุตรน้ำหนักตัวน้อย กระดูกบาง ขาดโกรทฮอร์โมน ทำให้ร่างกายเติบช้า และอ่อนเพลีย
10.ผิวหนัง’ โดยสภาพผิวจะแห้งและบาง พบจ้ำเลือดได้ง่าย รวมถึงผิวเหลืองซีด ขี้หนาว เล็บเปราะบางแตกง่าย
อยากให้ทุกคนใส่ใจสุขภาพด้วยนะคะ ^^
วันพุธที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554
ลดน้ำหนัก แต่กลับเพิ่ม แก้ไขยังไงดี?
ลดน้ำหนัก แต่กลับเพิ่ม แก้ไขยังไงดี? (Lisa)
ถ้าคุณกำลังไดเอ็ต คุณอาจมีเทคนิคลดแคลอรีมากมาย แต่หารู้ไม่ว่าวิธีลดน้ำหนักบางอย่างกลับกลายเป็นตัวเร่งให้น้ำหนักเพิ่มเร็วขึ้น ลองถามตัวเองสิ ว่าคุณน้ำหนักเพิ่มในกรณีเหล่านี้รึเปล่า? เรามีคำตอบและทางแก้มาให้ด้วย
1.กินน้อยกว่าแมวดม
Truth : การลดแคลอรีจำนวนมากเหมือนจะช่วยลดน้ำหนักได้ แต่มีโอกาสสูงที่น้ำหนักจะกลับขึ้นมาอย่างรวดเร็วอีกครั้ง ความจริงคือคุณไม่ควรลดเหลือต่ำกว่า 1,200-1,500 แคลอรีต่อวัน และหากคุณจำกัดอาหารมาก ๆ นานกว่าสองสัปดาห์ ระบบเผาผลาญของร่างกายจะช้าลง การอดอาหารเท่าเดิมจึงมีปริมาณน้ำหนักที่ลดน้อยลงเรื่อย ๆ นอกจากนี้ คุณอาจสูญเสียกล้ามเนื้อพร้อมกับไขมัน โดยเฉพาะถ้าคุณไม่ได้ออกกำลังกาย
Smart Move : ถ้าคุณอยากลดน้ำหนักสัก 5 กิโลฯ (ประมาณ 10 ปอนด์) ก็ให้ใช้เวลาทั้งหมด 10 สัปดาห์ คุณจะมีโอกาสลดน้ำหนักได้อย่างถาวร โดยการลดครึ่งกิโลฯ ต่อสัปดาห์ คุณอาจจะลดแคลอรี 250 แคลอรีต่อวัน และออกกำลังกายอีก 250 แคลอรีต่อวันด้วย
2.กินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ เพราะมันมีแคลอรีต่ำ
Truth : คนเรามักจะประเมินแคลอรีจากอาหารที่ดีต่อสุขภาพไม่ถูกความจริงคือ การที่อาหารนั้นดีต่อสุขภาพไม่ได้หมายความว่าคุณจะกินมากได้ เช่น ถั่วหยิบมือหนึ่งอาจมีพลังงานสูงถึง 200 แคลอรีหรือมากกว่า และหากไม่ลดอาหารอย่างอื่น มันอาจเป็นสาเหตุว่าทำไมน้ำหนักถึงไม่ลดสักที
Smart Move : นับแคลอรีทุกเม็ด เมื่อคุณเรียนรู้ว่าซีเรียลครึ่งถ้วยอาจมีแคลอรีสูงถึง 200 แคลอรี หรือน้ำส้มแก้วละ 220 แคลอรี คุณจะระมัดระวังในการกินเอง
3.ตอนกลางวันไม่หิว เลยมากินตอนเย็น
Truth : การอดอาหารในช่วงวันเพื่อกินในมื้อเย็นจะทำให้ฮอร์โมนแห่งความหิว "เกรห์ลิน" ปั่นป่วน คุณจะหิวมากขึ้น และกินในปริมาณเท่าเดิมหรือมากกว่าการกินอาหารปกติสามมื้อ พอเช้าวันรุ่งขึ้น คุณจะไม่หิว แต่ก็จะท้องกิ่วอีกทีในตอนเย็นกลายเป็นวงจรอุบาทว์
Smart Move : เริ่มมื้อเช้าที่ประมาณ 450 แคลอรี ซึ่งเป็นปริมาณที่ควรจะทำให้คุณอิ่มจนถึงมื้อกลางวัน แต่อย่ากินมื้อใดมื้อหนึ่งห่างกันเกิน 5 ชั่วโมง แล้วปิดท้ายด้วยอาหารมื้อเย็นซึ่งควรจะน้อยกว่ามื้อเที่ยงครึ่งหนึ่ง
4.คุณกินเยอะเพราะอาหารนั้น "ไขมันต่ำ" และ "ปราศจากน้ำตาล"
Truth : การศึกษามากมายชี้ว่า เมื่ออาหารนั้นมีฉลากว่าไขมันต่ำ เรามักจะกินมากขึ้น โดยการทดลองจากมหาวิทยาลัยคอร์เนลล์พบว่า เมื่อให้อาสาสมัครกิน M&M ที่มีฉลากว่า "ไขมันต่ำ" คนจะกินมากขึ้นถึง 28% จริง ๆ แล้ว "ไม่มีไขมัน" ไม่ได้หมายความว่าแคลอรีน้อยลง แต่คนส่วนใหญ่จะเข้าใจกันไปเองแล้วกินมากขึ้น
Smart Move : เช็กฉลากอาหาร และดูที่หน่วยบริโภคต่อแคลอรีให้ดี ในเทคนิคเดียวกันนี้ ต่อให้คุณกินอาหารไขมันเต็ม คุณก็สามารถลดน้ำหนักได้
5.คุณตั้งเป้าหมายลดน้ำหนัก แค่ชั่วประเดี๋ยว
Truth : มีการประเมินว่า เพียงร้อยละ 20 เท่านั้นที่ลดน้ำหนักได้สำเร็จ และรักษาระดับนั้นไว้ได้มากกว่าหนึ่งปี นั่นเป็นเพราะเมื่อเราบรรลุเป้าหมาย นิสัยการกินเก่า ๆ จะกลับมา คนที่จะลดน้ำหนักในระยะยาวได้จริง ๆ จะกินอาหารในปริมาณเท่าเดิมกับตอนลดน้ำหนัก
Smart Move : คิดเสียว่าการกินเป็นการลงทุนระยะยาว ไม่ใช่การ "ไดเอ็ต" ที่มีจุดเริ่มต้นและจุดจบกุญแจสำคัญคือการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย ๆ ที่คุณสามารถเปลี่ยนให้เป็นนิสัยในระยะยาว เช่น ถ้าคุณมักกินโอรีโอวันละซอง ลองเปลี่ยนเป็นวันละชิ้น แล้วค่อย ๆ เลิกเมื่อคุณสามารถทำได้แล้วก็มุ่งสู่เป้าหมายต่อไป
Size Matters
กระเพาะอาหารมีขนาดเท่า ๆ กับกำปั้นของเราเองนะ นั่นหมายความว่ามันต้องการแค่อาหารหยิบมือเดียว เพื่อให้อิ่ม ถ้าคุณกินแล้วรู้สึกท้องอืด เหนื่อย อ่อนเพลีย คุณก็กินมากเกินไปแล้วล่ะ
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
http://lisaguru.com/
วันอังคารที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554
6 สุดยอดเครื่องดื่มสลายหน้าท้อง
"น้ำ" ที่ทำให้หน้าท้องของเราแบนเรียบ ใช่ว่าจะต้องมีรสชาติไม่น่าอภิรมย์เสมอไป ลองกินน้ำเหล่านี้ดูแล้วคุณจะติดใจ!
1.ชามินต์ใส่น้ำแข็ง
รสเย็นของมิ้นต์จะช่วยให้คุณรู้สึกสดชื่นอย่างบอกไม่ถูก มิ้นต์ช่วยให้ระบบย่อยอาหารของเราย่อยสลายไขมัน แม้แต่อาหารไขมันสูงอย่างเบอร์เกอร์ หรือสเต็กก็จะถูกย่อยอย่างรวดเร็ว และลดอาการท้องอืดได้ด้วย
2.ชาเขียว
นอกจากลดความเสี่ยงเป็นมะเร็งและโรคหัวใจ ชาเขียวยังมีสารต้านอนุมูลอิสระสุดยอดตัวหนึ่งชื่อว่า "คาเตชิน" ซึ่งช่วยลดไขมันบริเวณหน้าท้อง ถ้าคุณจิบชาเขียวก่อนออกกำลัง มันจะช่วยเพิ่มอัตราเผาผลาญในระหว่างออกกำลังกายด้วย
3.น้ำเปล่าเสริมรส
การทำให้ร่างกายชุ่มชื้นอยู่เสมอมีความสำคัญมาก หากคุณต้องการจะลดน้ำหนัก การดื่มน้ำมาก ๆ จะช่วยรักษาสมดุลของของเหลวในร่างกาย ช่วยลดอาการบวมน้ำ (ที่เป็นสาเหตุให้ท้องอืดป่องขึ้นมา) และแถมยังช่วยให้คุณรู้สึกอิ่ม จึงทำให้กินน้อยลง แต่ถ้าคุณไม่ชอบดื่มน้ำเปล่า ลองใส่สมุนไพรสด มะนาว ผลไม้ (หรือแม้แต่แตงกวาฝานก็ช่วยได้) เพื่อช่วยให้คุณดื่มน้ำมากขึ้น
4.เฟลปเป้สับปะรด
สับปะรดมีสารที่เรียกว่าโบรมีเลน ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่ช่วยย่อยโปรตีน ทำให้การย่อยอาหารง่ายขึ้น ช่วยลดอาการท้องอืด นอกจากนี้ การใส่น้ำมันเมล็ดแฟล็กซ์ ซึ่งมีไขมันโมเลกุลเดี่ยวไม่อิ่มตัวก็จะช่วยให้หน้าท้องแบนราบได้ด้วย
5.สมูธตี้แตงโม
ตราบใดที่คุณไม่ใส่น้ำตาลเพิ่มในสมูธตี้ เครื่องดื่มชนิดนี้จะช่วยให้ร่างกายคุณชุ่มชื้นได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะสมูธตี้แตงโมที่มีแคลอรีต่ำเพียง 56 แคลอรีต่อแก้ว ไม่เพียงแต่แตงโมจะมีน้ำเป็นส่วนประกอบอยู่มาก มันยังมีสารอาหารมากมายรวมถึงไลโคปีนที่ช่วยต้านมะเร็ง รวมถึงกรดอะมิโน ชื่อว่าอาร์จินีน ซึ่งการศึกษาที่ตีพิมพ์ใน Nutrition ชี้ว่ามันช่วยสร้างมวลกล้ามเนื้อเรียว จึงช่วยให้หน้าท้องของคุณแฟบลงหน่อยนั่นเอง
6.ดาร์กช็อกโกแลตเชค
ขัดกับความเชื่อที่ว่ากันว่า ช็อกโกแลตผสมกับนมจะนำมาซึ่งความอ้วน เพราะดาร์กช็อกโกแลตสามารถช่วยให้คุณผอมได้โดยการลดความอยากอาหารอื่น ๆ อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่แก้วหนึ่งอาจมีถึง 400 แคลอรี คุณอาจจะต้องเตือนใจไว้ว่าช็อกโกแลตเชคถือเป็นมื้ออาหารมากกว่าที่จะเป็นของว่างในวันที่คุณรีบ มันจึงเป็นอาหารเช้าที่ดีเชียวล่ะ!
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
http://lisaguru.com/
วันจันทร์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554
ขนม ของว่าง ที่กินแล้วไม่อ้วน
คุณผู้หญิงไม่ต้องกังวลในการกินของโปรด ของอย่างพวกขนม ของว่างยามบ่ายๆ แล้วเพราะเราคัดสรรเลือกมาให้สาวๆได้ทานกันค่ะ
ขนม ของว่างแสนโปรด มักจะมาคู่กับผู้หญิงค่ะ ไม่แปลกที่เมื่อมีเวลาว่าง ไม่ว่าจะดูหนัง ฟังเพลง อ่านหนังสือ หรือทำกิจกรรมอะไรก็แล้วแต่ แล้วเกิดความรู้สึกอยากทานของว่างอร่อย ๆ เพราะมันช่างอร่อยและสนุกปากใช่ไหมค่ะสาวๆ วันนี้เราลองมาดูพวกขนมที่ให้สาวๆกินกันได้อย่างไม่ต้องกังวลเรื่องอ้วน หรือรูปร่าง เพราะเป็นขนมที่ให้ประโยชน์แก่ร่างกาย วันนี้ 108health มีเมนูของว่างที่สุดแสนจะอร่อย แถมด้วยคุณประโยชน์มากมายต่อร่างกายมานำเสนอ อยากรู้แล้วล่ะสิว่ามีอะไรบ้าง งั้นจะรอช้าอยู่ใย ตามมาดูกันเลย
1. แผ่นสาหร่าย
ของดีจากประเทศญี่ปุ่นอย่างแผ่นสาหร่ายอบกรอบ นอกจากจะมีรสชาติที่อร่อยถูกปาก สามารถทานได้ทุกเพศทุกวัยแล้ว แผ่นสาหร่ายนี้ยังมีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างมาก โดยสาหร่ายถือเป็นแหล่งแร่ธาตุอาหารที่ร่างกายสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างรวดเร็ว ง่ายต่อระบบย่อยอาหาร มีวิตามินต่างๆ และที่สำคัญเลือกที่ อบแห้งจะไม่มีน้ำมันก็ไม่อ้วนด้วยค่ะ ที่สำคัญยังนำสาหร่ายไปประกอบอาหารได้หลากหลายเมนู ไม่ว่าจะเป็นข้าวปั้น หรือทานเปล่า ๆ ก็เข้าท่าอยู่ไม่น้อย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ดื่มน้ำตามไปด้วย จะช่วยให้ทานแผ่นสาหร่ายได้คล่องคอมากยิ่งขึ้น
2. ถั่วนานาชนิด
ไม่ว่าจะเป็นอัลมอนด์ แมคคาเดเมีย ถั่วพิตาชิโอ เหล่านี้ล้วนแล้วแต่มีประโยชน์ทั้งในเรื่องของปริมาณไขมันในเลือด และความดันเลือดที่ลดต่ำลง แถมยังช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจได้มากกว่าอาหารที่มีไขมันน้อยอีกด้วย ที่สำคัญถั่วบางชนิดอย่างเช่นถั่วอัลมอนด์ก็ควรจะทานทั้งเปลือก เพราะเปลือกสามารถให้ไฟเบอร์ได้สูงเลยทีเดียว
3. คะน้าทอดกรอบ (Kale Chips)
ไม่ต้องแปลกใจไป หากผักคะน้าอยู่ตามร้านอาหารตามสั่งจะกลายมาเป็นของว่างได้ หากคุณไม่เชื่อให้ลองนำใบคะน้ามาทอดจนหอม กรอบ แล้วทานดูได้เลย ทั้งนี้ทั้งนั้นคะน้ามีสรรพคุณมากมายทั้งวิตามินหลากหลายชนิด เช่น เบต้าแคโรทีน ที่ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งลำไส้ มะเร็งปอด และมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ แถมยังมีวิตามินซีที่ช่วยเสริมสร้างเนื้อเยื่อให้ชุ่มชื้น และทำให้ระบบภูมิคุ้มกันโรคของเรามีความแข็งแรงสมบูรณ์ ปัจจุบันมีคะน้ทอดกรอบบรรจุถุงจำหน่ายอย่างมากมายค่ะ สะดวกและอร่อย ไม่มีอ้วนค่ะ
4. เนยถั่ว
อีกหนึ่งอาหารที่สามารถทานเล่นควบคู่กับแครกเกอร์เป็นขนมทานเล่นแสนอร่อยได้อย่างง่าย ๆ นอกจากนี้เนยถั่วยังมีประโยชน์สำหรับผิวและช่วยให้สดใส และมีใยอาหารซึ่งจะให้พลังงานแก่ร่างกายเป็นอย่างดี แต่รับประทานในปริมาณที่เหมาะสมนะคะ ไม่อย่างนั้นอาจจะทำให้คุณอวบขึ้นได้
5. ไข่ต้ม
ของว่างแบบคาวๆ อย่าง ไข่ต้ม ถือเป็นอาหารคู่ครัว มีประโยชน์สารพัด เป็นอาหารที่ให้ทั้งโปรตีน และมีกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกาย แถมยังมีคุณค่าทางโภชนาการต่าง ๆ อีกมากมาย ทำก็ง่าย ทานกับอะไรก็อร่อย แต่ก็อย่าบริโภคมากจนเกินไป เพราะไข่ให้คอเลสเตอรอลต่อร่างกายสูงอยู่ไม่น้อย อาจจะเสียสุขภาพกันได้ค่ะ
6. ถั่วลูกไก่ (Roast Chickpeas)
ถั่วลูกไก่นี้เป็นถั่วที่คนอินเดียนิยมใช้ทำอาหาร เม็ดใหญ่ เคี้ยวมันอร่อย ที่สำคัญคือให้โปรตีนสูง เหมาะการทานเล่นอย่างมาก และยิ่งนำไปคั่วด้วยแล้ว ก็จะยิ่งหอม อร่อยมากยิ่งขึ้นไปอีก
7. ดาร์กช็อกโกแลต
ของโปรดปรานของคุณผู้หญิงหลายๆคน อย่างช็อกโกแลต แต่จะกินทีก็กลัวอ้วน แต่มันมีวิธีกินค่ะ คุณรู้หรือไม่ว่าช็อกโกแลตแท้ที่ไม่ผสมนม หรือที่เรียกกันว่า "ดาร์กช็อกโกแลต" นี้ มีประโยชน์ต่อร่างกายมากกว่าช็อกโกแลตที่ผสมนม เนื่องจากว่าช็อกโกแลตสีเข้มจะมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระมากกว่า ซึ่งสารนี้จะช่วยป้องกันไม่ให้อนุมูลอิสระก่อตัวขึ้นบริเวณหัวใจและหลอดเลือด นอกจากนี้ยังส่งผลดีต่อหัวใจและเพิ่มการไหลเวียนของเลือดให้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย
ได้รู้เมนูของว่างสุดแสนอร่อย แถมยังอุดมไปด้วยคุณประโยชน์มากมายต่อร่างกายเหล่านี้แล้ว ก็อย่าลืมชวนคนที่บ้านทานด้วยนะ แบ่งปันความอร่อยให้แก่กัน เพิ่มรสชาติให้กับของที่ทานได้อย่างดีเลยล่ะ
ที่มา : kapook
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)