คนบางคนนั้นอาจต้องการพูดคุยความในใจกับคนอื่นๆ หรือคนรัก คล้ายๆ กับว่าเป็นการบำบัดทางจิตวิทยา แล้วจึงจะนอนหลับลงได้ บางทึอาจไม่เคยสังเกตตัวเองด้วยซ้ำไปว่าทำไมบางครั้งเมื่อเตรียมตัวเข้านอนอยู่บนเตียงหากได้พูดคุยกับคู่สมรสของตนแล้ว ครู่เดียวก็เริ่มรู้สึกง่วงนอน และหลับได้สบายกว่าในบางคืนที่ไม่ได้มีการพูดคุยกันเลยหากได้ดูภาพยนตร์บางเรื่องอาจจะเห็นในบางฉากที่นักจิตวิทยาหรือจิตแพทย์ให้คนไข้นอนเอนหลังบนโซฟาที่นุ่มสบาย แล้วเล่าเรื่องต่างๆ ของตนเอง บางครั้งคนไข้ก็จะหลับสบายอย่างไม่รู้ตัวไปครู่หนึ่งดังนั้นก่อนนอนหากคุณได้พูดคุยกับใครสักคนแล้วสักครู่ก็เริ่มง่วงนอนจากนั้นจึงหลับสบายได้ เรื่องนี้ก็เท่ากับว่าเป็นการบำบัดจิตด้วยตนเองซึ่งเป็นวิธีที่ดีเยี่ยม และไม่ใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใดมีรายงานหนึ่งบอกว่า ผู้ที่จะหลับได้สบายหลังจากพูดคุยนั้นมักจะพูดถึงเรื่องในอดีต หรือเรื่องในวัยเด็กที่ต้องการจะเล่าบอกต่อกับคนอื่น อาจเป็นเรื่องที่ตนเองเคยภูมิใจหรือเสียใจก็ได้ เล่าเรื่องใดๆ ก็ตามแต่เรื่องนั้น ควรเป็นเรื่องที่ห่างไกลจากปัจจุบัน เพื่อป้องกันความขัดแย้งกันของคู่สนทนา บางเรื่องที่สนุกสนานหรือบางเรื่องที่อยากให้มีคนปลอบโยน ใช้เวลาพูดคุยไม่นานนักก็สามารถหลับได้อย่างสบาย
เนื้อหาแบบสุ่ม
วันเสาร์ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551
ความในใจอย่าเก็บใว้คนเดียว
คนบางคนนั้นอาจต้องการพูดคุยความในใจกับคนอื่นๆ หรือคนรัก คล้ายๆ กับว่าเป็นการบำบัดทางจิตวิทยา แล้วจึงจะนอนหลับลงได้ บางทึอาจไม่เคยสังเกตตัวเองด้วยซ้ำไปว่าทำไมบางครั้งเมื่อเตรียมตัวเข้านอนอยู่บนเตียงหากได้พูดคุยกับคู่สมรสของตนแล้ว ครู่เดียวก็เริ่มรู้สึกง่วงนอน และหลับได้สบายกว่าในบางคืนที่ไม่ได้มีการพูดคุยกันเลยหากได้ดูภาพยนตร์บางเรื่องอาจจะเห็นในบางฉากที่นักจิตวิทยาหรือจิตแพทย์ให้คนไข้นอนเอนหลังบนโซฟาที่นุ่มสบาย แล้วเล่าเรื่องต่างๆ ของตนเอง บางครั้งคนไข้ก็จะหลับสบายอย่างไม่รู้ตัวไปครู่หนึ่งดังนั้นก่อนนอนหากคุณได้พูดคุยกับใครสักคนแล้วสักครู่ก็เริ่มง่วงนอนจากนั้นจึงหลับสบายได้ เรื่องนี้ก็เท่ากับว่าเป็นการบำบัดจิตด้วยตนเองซึ่งเป็นวิธีที่ดีเยี่ยม และไม่ใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใดมีรายงานหนึ่งบอกว่า ผู้ที่จะหลับได้สบายหลังจากพูดคุยนั้นมักจะพูดถึงเรื่องในอดีต หรือเรื่องในวัยเด็กที่ต้องการจะเล่าบอกต่อกับคนอื่น อาจเป็นเรื่องที่ตนเองเคยภูมิใจหรือเสียใจก็ได้ เล่าเรื่องใดๆ ก็ตามแต่เรื่องนั้น ควรเป็นเรื่องที่ห่างไกลจากปัจจุบัน เพื่อป้องกันความขัดแย้งกันของคู่สนทนา บางเรื่องที่สนุกสนานหรือบางเรื่องที่อยากให้มีคนปลอบโยน ใช้เวลาพูดคุยไม่นานนักก็สามารถหลับได้อย่างสบาย
วันเสาร์ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551
อากาศภายในห้องนอน
อากาศที่ปลอดโป่รงถ่ายเทภายในห้องนอนของคุณนั้นจะช่วยส่งผลให้คุณนอนหลับสบายตลอดทั้งคืนไม่ต้องกลัวว่าจะสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึก และผจญกับอาการนอนไม่หลับต่อทันทีถ้าหากว่าภายในห้องนอนของคุณไม่ได้ติดเครื่องปรับอากาศควรจะตรวจดูว่าห้องนอนของคุณมีหน้าต่างที่สามารถช่วยถ่ายเทระบายอากาศเข้าออกได้ดีพอหรือเปล่า ห้องนอนที่อับและทึบจนเกินไปร่างกายจะได้รับอากาศไม่เพียงพอ และจะทำให้นอนหลับได้ยาก หลับไม่สนิท อาจมีอาการสะดุ้งตื่นขึ้นกลางดึกเพระอากาศไม่ถ่ายเทส่วนผู้ที่ติดเครื่องปรับอากาศ ก็ควรตรวจอุณหภูมิภายนอกลดลงเท่าไหร่ อุณหภูมิภายในห้องก็จะลดลงอีก คุณอาจต้องนอนหนาวสั่น เพราะขี้เกียจลุกขึ้นมาปรับอุณหภูมิแอร์ให้ลดลง ก็อาจทำให้ไม่สบาย และนอนหลับได้ไม่สนิทนักดังนั้นอุณหภูมิที่เหมาะสมภายในห้องจึงไม่ควรร้อนอบอ้าวหรือเย็นจนเกินไปนั่นเอง
ห้องนอนทีสงบสุขและสวยงาม
ภายในห้องนอนนั้นควรจะตกแต่งให้สวยงามและมองดุสบายตา ไม่ควรแต่งให้รกและเลอะเทอะด้วยภาพหรือข้าวของที่มากมายจนเกินไป บนผนังก็ควรให้โล่งและสะอาดอาจมีภาพเขียนสวย ๆ สักภาพ สองภาพ อย่ามากจนเกินไปและภาพเขียนนั้นก็ควรจะเป็นภาพวิวทิวทัศน์ที่สวยงามมองดูแล้วสดชื่นสบายตา หากว่าไม่มีภาพเขียนก็อาจเป็นภาพโปสเตอร์วิวทิวทัศน์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นน้ำตก หรือทะเล ภาพทุ่งหญ้าอันกว้างใหญ่นำมาติดไว้บนผนังที่คุณสามารถมองเห็นได้ขณะที่นอนอยู่บนเตียงแสงไฟในห้องนอนนั้นก็ไม่จำเป็นต้องสว่างมาก เพราะกิจกรรมภายในห้องนั้น ไม่ควรจะนำเอางานหรือการบ้านเข้ามาทำใช้แค่เพียงโคมไฟสีนวลตาสลัว ๆ ก็เพียงพอแล้ว เพราะแสงสลัว ๆ ของดวงไฟนั้นอาจช่วยทำให้คุณนอนหลับสบายขึ้นได้อีกด้วยหากมีหน้าต่างควรแขวนกระดิ่ง หรือระฆังลมเล็ก ๆ ไว้สัก 1 อัน เพื่อใกดเสียงกังวานที่ไพเราะ ยามเมื่อมีลมพัดผ่าน การสนใจใส่ใจเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้ มีผลทางด้านจิตวิทยาทำให้คุณหลับสบายยิ่งขึ้น โดยที่คุณอาจไม่รู้ตัว และอาจไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้จะมีผลต่อการนอนหลับของคุณได้ พยายามหลีกเลี่ยงการนำภาพที่น่าตื่นเต้น หรือภาพที่น่าหวาดกลัวมาแขวนไว้บนผนังของห้องนอน อ้อ! อีกอย่างอย่าลืมเก็บกวาดจัดให้เป็นระเบียบด้วยล่ะ อย่าปล่อยให้รกรุงรังจนเกินไปเมื่อเวลามองไปอาจไม่สบายตา พาลหงุดหงิดจนนอนไม่หลับเอาง่าย ๆนอนกลางคืน หรือตอนกลางวันจะดีกว่ากัน
การนอนหลับพักผ่อนที่ถูกต้องนั้นควรจะเป็นการนอนหลับในช่วงเวลากลางคืนเพียงเท่านั้น บางคนอาจคิดว่านอนหลับเพียง 3-4 ชั่วโมงในเวลากลางคืนแล้วค่อยแอบงีบอีกสัก 3-4 ชั่วโมง ในช่วงกลางวันก็ทดแทนกันได้แท้ที่จริงแล้วการนอนหลับในช่วงกลางวันเป็นการพักผ่อนที่ไม่สามารถทดแทน หรือชดเชยการนอนหลับในตอนกลางคืนของคุณได้เลยแต่ถ้าหากมีบางคืนที่คุณอาจต้องอดหลับอดนอนบ้าง อาจได้นอนน้อยมาก เพียง 2-3 ชั่วโมง ในตอนกลางวันควรจะหาโอกาสนอนพักผ่อนเสียบ้าง เพื่อที่จะช่วยให้ร่างกายของคุณไม่ตกอยู่ในสภาวะของการอดหลับอดนอนที่ยาวนานจนเกินไปอย่างเช่นคุณจำเป็นต้องขับรถทางไกลในตอนช่วงเวลา 3 ทุ่ม ถึง ตี 5 นั่นแสดงว่าคุณจะไม่ได้นอนเลยในคืนนั้น ดังนั้นก่อนหน้าที่จะออกเดินทาง ควรเตรียมร่างกายให้พร้อม อาจจะหาเวลานอนหลับในช่วงบ่ายก่อนอย่างน้อย 3-4 ชั่วโมงหากทำได้และเมื่อถึงจุดหมายปลายทางโดยสวัสดิภาพแล้ว รีบหาโอกาส งีบสัก 3-4 ชั่วโมง เป็นอย่างน้อย เพื่อเรียกคืนความสดชื่นแจ่มใสให้แก่ร่างกาย ซึ่งก็ถือว่าเป็นการนอนหลับพื่อให้ร่างกายได้พักผ่อน และสดชื่นขึ้นเท่านั้นไม่ได้หมายความว่าสามารถทดแทนการอดนอนคืนก่อน ๆ ที่ผ่านมาได้การนอนตอนกลางวันก็ยังถือว่ามีประโยชน์ต่อร่างกาย ไม่ควรปล่อยให้ร่างกายอยู่ในสภาพเบลอ ๆ เพราะพักผ่อนไม่เพียงพอ ซึ่งก็จะทำให้คุณทำงานได้อย่างขาดประสิทธิภาพในวันนั้น ๆเข้านอนให้ตรงเวลา
การสร้างวินัยโดยการเข้านอนให้ตรงเวลานั้นควรทำอย่างสม่ำเสมอ เพราะจทำให้คุณไกลจากโรคนอนไม่หลับคนที่เข้านอนไม่เป็นเวลานั้นแม้จะหลับได้อย่างสบายนั้น แต่ก็ต้องประสบกับปัญหานอนไม่หลับในช่วงหนึ่งได้ เช่นคืนก่อนเข้านอนตอนตี 2 แต่วันนี้หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจหน้าที่การงานก็เข้านอนประมาณ 4 ทุ่มกว่า ๆ เป็นเรื่องแน่นอนเลย ที่ว่าคุณจะไม่สามารถนอนหลับได้ตามปกติ ถ้าหากคืนต่อ ๆ ไปก็ยังคงเข้านอนไม่เป็นเวลาอีกเช่นเคย อาการนอนไม่หลับจะสร้างความทุกข์ทรมาณให้คุณอย่างยาวนานทางที่ดีควรสร้างนิสัยการนอนไม่ตรงเวลา ซึ่งในทุก ๆ วันหากทำได้ก็จะช่วยแก้อาการนอนไม่หลับเรื้อรังได้ และการเข้านอนให้ตรงเวลาที่นี้ไม่ไดบอกว่าต้องเข้านอนให้ตรงเผงทุกคืน เช่นคืนนี้เข้านอนตอน 4 ทุ่ม พรุ่งนี้อาจจะเข้านอนตอน 5 ทุ่ม หรือเที่ยงคืนก็ได้เพียงแต่กำหนดเวลาไว้หน่อยว่า ควรจะอยู่ในช่วงไหนดี 3-5 ทุ่ม หรือ 5 ทุ่มถึง ตี 1 แต่ก็ควรทำอย่างสม่ำเสมอหากคุณทำได้ในระยะหนึ่งแล้ว คุณก็จะพบว่าเมื่อถงเวลาคุณก็จะง่วงหงาวหาวนอนได้แบบอัตโนมัติ และเมื่อคุณหันไปมองนาฬิกาที่ฝาผนังก็จะปรากฏว่ามันคือเวลาที่คุณกำหนดไว้นั่นเอง และนี่คือความมหัศจรรย์ของกลไกภายในร่างกายมนุษย์เรา
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)